การเลือกซื้อรถกระบะมือสอง ต้องตรวจสอบอย่างไร

ซื้อรถกระบะมือสองเป็นทางเลือกยอดนิยมเพราะราคาถูกกว่ารถใหม่มาก ใช้งานได้จริง แต่ถ้าไม่รู้วิธีตรวจสอบอาจได้รถที่มีปัญหาซ่อนเร้น เสียเงินซ่อมแพงหรือเจอของเสียที่ใช้ไม่ได้ บางคนซื้อแล้วต้องเข้าอู่ทุกอาทิตย์ เสียเงินเป็นแสน ขายต่อก็ขาดทุน วันนี้มาดูวิธีตรวจสอบรถกระบะมือสองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อกัน

ตรวจสอบเอกสารและประวัติ

ก่อนดูรถต้องเช็คเอกสารก่อน สมุดคู่มือจดทะเบียนต้องเป็นฉบับจริงไม่ใช่ปลอม ดูชื่อเจ้าของตรงกับคนที่มาขายหรือไม่ ถ้าไม่ตรงต้องมีหนังสือมอบอำนาจถูกต้อง ดูว่ามีภาระหนี้หรือไม่ ถ้ามีจำนำหรือจดจำนองอยู่ห้ามซื้อเด็ดขาด เพราะสมุดอยู่กับธนาคารหรือไฟแนนซ์ ต้องรอให้เจ้าของเก่าปิดบัญชีก่อนได้สมุดคืนแล้วค่อยซื้อ

เช็คเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ในสมุดตรงกับเลขบนรถจริงหรือไม่ ดูที่ฝากระโปรงหน้าและใต้ท้องรถ ถ้าไม่ตรงอาจเป็นรถที่เปลี่ยนเครื่องผิดกฎหมายหรือรถประกอบ อันตรายมาก ตรวจประวัติการซ่อมบำรุง ถ้าเจ้าของเก่ามีใบเสร็จซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่จากศูนย์หรืออู่ดี แสดงว่าดูแลรถดี แต่ถ้าไม่มีเลยอาจไม่ได้ดูแลหรือซ่อมที่อู่ถูกๆ คุณภาพไม่ดี

เช็คว่าเป็นรถอุบัติเหตุหรือไม่ ถามเจ้าของตรงๆ เช็คประวัติจากศูนย์ประกันภัย หรือใช้บริการเช็คประวัติออนไลน์ รถที่เคยชนหนักจะมีปัญหาตามมาเยอะ โครงสร้างเสียหาย ระบบต่างๆ อาจไม่ปกติ ขายต่อยาก เช็คว่าเป็นรถจมน้ำหรือไม่ ดูจากประวัติประกันภัยหรือถามเจ้าของ รถจมน้ำแม้ซ่อมแล้วก็จะมีปัญหาอิเล็กทรอนิกส์และสนิมตามมาตลอดชีวิต ไม่ควรซื้อ

ตรวจภายนอกและโครงสร้าง

ดูสีรถทั้งคัน เดินรอบรถดูในที่แสงสว่างดี สีต้องสม่ำเสมอทั่วคัน ถ้ามีจุดที่สีต่างจากส่วนอื่นอาจเคยชนและทำสีใหม่ ดูตะเข็บระหว่างแผ่นเหล็ก ถ้าตะเข็บไม่เรียบหรือมีรอยเชื่อมเพิ่มเติมแสดงว่าเคยซ่อม ประตูต้องเปิดปิดสนิทและลงตัว เสียงดังหรือติดขัดแสดงว่าบานพับเสียหรือโครงสร้างเคยงอ

ดูช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ประตูกับตัวรถ ฝากระโปรงกับบังโคลน ท้ายรถกับกันชน ต้องเท่าๆ กันทุกด้าน ถ้าด้านหนึ่งกว้างกว่าอีกด้านแสดงว่าเคยประสบอุบัติเหตุและซ่อม เปิดฝากระโปรงและท้ายรถดูจุดยึด ถ้ามีรอยเชื่อมใหม่หรือสีพ่นทับแปลว่าเคยถอดออกมาซ่อม อาจเคยชนหน้าหรือท้าย

กระบะด้านหลังต้องตรวจดี มีรอยบุบหรือเจาะรูมากแค่ไหน พื้นกระบะขึ้นสนิมหรือเน่าหรือไม่ ถ้าเคยใส่ของหนักมากหรือทิ้งน้ำค้างอาจมีปัญหา ช่วงล่างและใต้ท้องรถสำคัญมาก ยกรถขึ้นหรือคลานเข้าไปดูใต้ท้อง เช็คว่ามีรอยรั่วน้ำมันหรือไม่ มีสนิมมากหรือไม่ โช้คอัพเปียกหรือรั่วหรือไม่ ท่อไอเสียเป็นสนิมหรือรูหรือไม่

ยางทั้ง 4 เส้นต้องสภาพพอๆ กัน ดอกยางเหลือมากกว่าครึ่งถือว่าดี ถ้ายางหนึ่งเส้นใหม่กว่าที่เหลืออาจเคยระเบิดหรือเปลี่ยนเพราะเหตุผลอื่น ดูปีผลิตบนยาง อย่าซื้อยางที่เก่ากว่า 5 ปี แม้ดอกยางจะยังดี เพราะยางแห้งแตกและไม่ปลอดภัย ล้อแม็กต้องไม่บุบหรือแตก ถ้าบุบมากอาจเคยชนขอบทางหรือหลุมลึก ส่งผลต่อโครงสร้างใต้ท้องรถด้วย

ตรวจเครื่องยนต์และระบบต่างๆ

เปิดฝากระโปรงดูเครื่องยนต์ ต้องสะอาดพอสมควร ถ้าสกปรกมากแสดงว่าไม่ได้ดูแล ถ้าสะอาดผิดปกติจนเหมือนล้างเพิ่งจะขายอาจซ่อนรอยรั่ว สตาร์ทเครื่องและฟังเสียง เสียงเครื่องต้องเรียบไม่มีเสียงดังผิดปกติ เช่น เสียงเคาะ เสียงหวีด เสียงโครม ถ้ามีแสดงว่าเครื่องมีปัญหา เปิดฝาหม้อน้ำและดูน้ำยาหล่อเย็น ต้องใสไม่มีคราบน้ำมันลอย ถ้ามีคราบน้ำมันแสดงว่าปะเก็นหัวเสียน้ำมันรั่วเข้ามา ซ่อมแพง

ดูระดับน้ำมันเครื่อง ดึงแท่งวัดออกมาเช็คว่าระดับพอดีหรือไม่ ดูสีของน้ำมัน ต้องสีน้ำตาลอ่อนใส ถ้าดำหรือข้นมากแสดงว่าไม่ได้เปลี่ยนนาน ถ้ามีฟองหรือสีขาวแสดงว่ามีน้ำปนอาจเป็นปะเก็นเสีย ทดสอบเร่งเครื่อง เหยียบคันเร่งดูว่าเครื่องตอบสนองเร็วหรือช้า ควันไอเสียต้องใสไม่มีสีผิดปกติ ควันดำแสดงว่าเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ควันขาวแสดงว่าเผาไหม้น้ำมันหรือน้ำ ควันฟ้าแสดงว่าน้ำมันลอด เป็นสัญญาณอันตราย

เช็คระบบเกียร์ ถ้าเกียร์ธรรมดาลองเปลี่ยนเกียร์ทุกเกียร์ดูว่าเข้าง่ายหรือติด มีเสียงดังหรือไม่ ถ้าเกียร์อัตโนมัติลองเปลี่ยน P R N D ดูว่าเรียบหรือสะดุด น้ำมันเกียร์ต้องสีแดงใสไม่มีกลิ่นไหม้ ถ้าดำและเหม็นแสดงว่าน้ำมันไหม้อาจเกียร์เสีย ซ่อมแพงมากอาจหลักหมื่น เช็คระบบคลัตช์สำหรับเกียร์ธรรมดา เหยียบดูว่าหนักหรือเบาผิดปกติหรือไม่ เกียร์เข้ายากหรือไม่ แผ่นคลัตช์บางอาจต้องเปลี่ยนเร็วๆ นี้

ทดลองขับจริง

ต้องขับเองจริงๆ ไม่ใช่นั่งเฉยๆ ให้เจ้าของขับให้ดู เพราะจะรู้สึกได้ว่ามีปัญหาหรือไม่ ทดสอบเบรก เหยียบเบรกดูว่าแน่นหรือไม่ ถ้าเหยียบลึกหรือทรุดแสดงว่าระบบเบรกมีปัญหา ทดสอบเบรกแรงดูว่ารถหยุดตรงหรือเบี่ยงไปด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าเบี่ยงแสดงว่าเบรกด้านใดด้านหนึ่งจับไม่เท่ากัน ฟังเสียงเวลาเบรก ถ้ามีเสียงดังผิดปกติแสดงว่าผ้าเบรกบางหรือจานเบรกเสีย

ทดสอบพวงมาลัย หมุนดูว่าหนักหรือเบาผิดปกติหรือไม่ มีเสาะหรือไม่ ขับตรงดูว่ารถเบี่ยงไปทางใดทางหนึ่งหรือไม่ ถ้าเบี่ยงแสดงว่าศูนย์ถ่วงเสียหรือยางไม่สมดุล ลองขับทางเรียบและทางขรุขระดูว่าระบบกันสะเทือนดีหรือไม่ ถ้าสะเทือนมากหรือมีเสียงดังผิดปกติจากใต้ท้องแสดงว่าโช้คอัพหรือยางช่วงล่างเสีย ทดสอบความเร็ว ถ้าสามารถลองขับบนทางด่วนหรือทางเร็วดูว่ารถวิ่งเสถียรหรือไม่ มีเสียงแปลกๆ หรือไม่ เครื่องยนต์แรงพอหรือไม่

เช็คระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟถอยหลัง ต้องติดและสว่างทุกดวง แอร์ต้องเย็น ไม่มีกลิ่นเหม็นหรือมีเสียงดังผิดปกติ เครื่องเสียงทำงานได้ กระจกไฟฟ้าขึ้นลงได้ทุกบาน กุญแจกลางล็อกได้ ไฟแดชบอร์ดและเกจทำงานปกติ ถ้ามีไฟเตือนติดค้างแสดงว่ามีปัญหาในระบบนั้นๆ

เช็คภายในและความสะดวกสบาย

เบาะหน้าและหลังต้องไม่ขาดฉีกมาก มีคราบสกปรกติดแน่นหรือกลิ่นเหม็น แสดงว่าไม่ได้ดูแล พวงมาลัยและเกียร์ต้องไม่ลอกหรือชำรุดมาก ถ้าลอกมากแสดงว่าใช้งานหนักหรือนานมาก พรมปูพื้นและเพดานต้องไม่เปียกหรือมีคราบน้ำ ถ้ามีอาจรั่วหรือเคยจมน้ำ กลิ่นภายในรถต้องไม่เหม็นอับหรือเหม็นเชื้อรา ถ้ามีอาจมีปัญหาซ่อนเร้น

เช็คระบบปรับอากาศดี ลมแอร์ต้องเย็นและแรงพอ ถ้าไม่เย็นอาจน้ำยาหมดหรือคอมเพรสเซอร์เสีย เติมน้ำยาแค่หลักร้อย แต่ถ้าคอมเพรสเซอร์เสียซ่อมหลักหมื่น ระบบเสียงต้องฟังได้ชัดไม่มีเสียงแหบหรือดังไม่สมดุล ถ้ามีปัญหาอาจลำโพงเสียหรือเครื่องเสียงเสีย ของตกแต่งเสริมต้องติดตั้งเรียบร้อยไม่หลุดหรือหลวม ถ้ามีติดตั้งไม่ดีอาจเกิดอันตรายหรือทำให้ระบบอื่นเสีย

ต่อรองราคาและตัดสินใจ

หาราคาตลาดจากเว็บไซต์ขายรถออนไลน์หลายแห่ง ดูว่ารถยี่ห้อรุ่นปีและไมล์เดียวกันขายราคาเท่าไหร่ โดยเฉลี่ย จะได้รู้ว่าราคาที่เจ้าของเสนอสมเหตุสมผลหรือแพงเกินไป ใช้ข้อบกพร่องที่พบต่อรอง ถ้าพบว่ายางต้องเปลี่ยน แบตเตอรี่เก่า โช้คอัพมีปัญหา คำนวณค่าใช้จ่ายและเอามาต่อรองลดราคา เช่น ยาง 4 เส้น 10,000 บาท แบต 3,000 บาท โช้ค 4 ตัว 15,000 บาท รวม 28,000 บาท ขอลด 20,000-25,000 บาทน่าจะได้

อย่ารีบตัดสินใจในวันเดียว ขอกลับไปคิดหรือปรึกษาคนรู้จักก่อน ถ้าเจ้าของรีบเร่งให้ตัดสินใจทันทีอาจมีอะไรไม่ดีซ่อนอยู่ ควรระวัง ถ้าไม่แน่ใจจ้างช่างตรวจสภาพมืออาชีพ เสียค่าบริการประมาณ 1,000-3,000 บาท แต่คุ้มค่าเพราะช่างมีประสบการณ์สูงตรวจละเอียดกว่า มองเห็นปัญหาที่เราอาจพลาดได้ หลังตกลงราคาแล้วทำสัญญาซื้อขายเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุรายละเอียดรถ ราคา เงื่อนไข และสิ่งที่ตกลงกันไว้ทั้งหมด เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ซื้อรถกระบะมือสองต้องเช็คเอกสารและประวัติก่อนว่าถูกต้องไม่มีภาระหนี้ เลขตัวถังตรงกัน ไม่เป็นรถอุบัติเหตุหรือจมน้ำ ตรวจภายนอกดูสี ตะเข็บ ช่องว่าง กระบะ ช่วงล่าง และยาง ตรวจเครื่องยนต์ฟังเสียง เช็คน้ำมันและน้ำยา ทดสอบเร่งเครื่อง ดูควันไอเสีย เช็คเกียร์และคลัตช์ ทดลองขับจริงทดสอบเบรก พวงมาลัย ระบบกันสะเทือน ความเร็ว ระบบไฟฟ้า และแอร์ เช็คภายในดูเบาะ พรมปูพื้น กลิ่น และอุปกรณ์ต่างๆ หาราคาตลาดและใช้ข้อบกพร่องต่อรอง ไม่รีบตัดสินใจ ถ้าไม่แน่ใจจ้างช่างตรวจ และทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าทำครบทุกขั้นตอนจะได้รถมือสองสภาพดีคุ้มค่าและไม่เจอของเสีย